ลักษณะการประกอบธุรกิจและธุรกิจหลัก
ลักษณะการประกอบธุรกิจ
1. ประวัติความเป็นมาและการเปลี่ยนแปลงและพัฒนาการที่สำคัญ บริษัท ธนายง จำกัด (มหาชน) (บริษัท) จดทะเบียนก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 27 มีนาคม 2511 ด้วยทุนจดทะเบียนเริ่มแรก 5,000,000 บาท เพื่อดำเนินธุรกิจด้านการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ บริษัทได้เริ่มเปิดโครงการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์โครงการแรก คือ “โครงการธนาซิตี้” ซึ่งตั้งอยู่ ริมถนนบางนา-ตราด กม.14 ในปี 2531 ซึ่งเป็นโครงการที่ประกอบไปด้วย บ้านเดี่ยว ทาวน์เฮ้าส์ อาคารชุดพักอาศัย และที่ดินเปล่าจัดสรร.
บริษัทได้นำกิจการเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยและเริ่มทำการซื้อขายหลักทรัพย์ครั้งแรกในวันที่ 1 มีนาคม 2534 และต่อมา เมื่อวันที่ 2 มิถุนายน 2536 บริษัทได้จดทะเบียนแปรสภาพจากบริษัทจำกัดเป็นบริษัทมหาชนจำกัด โดยเปลี่ยนชื่อจาก บริษัท ธนายง จำกัด เป็น บริษัท ธนายง จำกัด (มหาชน) ในขณะเดียวกัน บริษัทได้ขยายลักษณะการประกอบธุรกิจออกไปหลายประเภท เช่น โครงการ อสังหาริมทรัพย์ อาคารพักอาศัยใจกลางเมือง เซอร์วิสอพาร์ทเม้นท์ อาคารสำนักงาน โรงแรม และโครงการสาธารณูปโภคขนาดใหญ่ซึ่งใช้เงิน ลงทุนมหาศาล โดยบริษัทเป็นผู้ริเริ่มดำเนินการโครงการรถไฟฟ้าแห่งแรกในประเทศไทยภายใต้ บริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ซึ่งเริ่มเปิดดำเนินการเมื่อวันที่ 5 ธันวาคม 2542
ในปี 2540 ประเทศไทยประสบวิกฤตทางเศรษฐกิจครั้งใหญ่ จนกระทั่งรัฐบาลในขณะนั้นต้องประกาศมาตรการลอยตัวค่าเงินบาท ซึ่งส่งผล กระทบโดยตรงต่อภาคธุรกิจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ประกอบการที่กู้ยืมเงินจากต่างประเทศ การลอยตัวค่าเงินบาทส่งผลให้เงินกู้ยืมที่เป็นสกุลเงินตรา ต่างประเทศมีมูลค่าเมื่อเทียบเป็นสกุลเงินบาทเพิ่มสูงขึ้นเป็นอย่างมาก บริษัทก็ได้รับผลกระทบต่าง ๆ เหล่านี้ด้วยเช่นกัน
ในระหว่างปี 2545-2549 บริษัทได้ทำการปรับปรุงโครงสร้างหนี้ และเข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูกิจการ ซึ่งบริษัทได้ปฏิบัติตามแผนฟื้นฟู กิจการจนกระทั่งศาลล้มละลายกลางได้มีคำสั่งยกเลิกการฟื้นฟูกิจการในปลายปี 2549
ในปี 2550 บริษัทได้กลับมาดำเนินธุรกิจโดยปกติด้วยวิสัยทัศน์ของผู้บริหารในการเสริมสร้างศักยภาพในการดำเนินธุรกิจในอนาคต บริษัทได้เริ่มปรับโครงสร้างองค์กรใหม่ ทั้งในส่วนโครงสร้างผู้ถือหุ้น ทีมงานผู้บริหาร ตลอดจนได้มีการร่วมมือกับพันธมิตรที่แข็งแกร่งจากดูไบ ฮ่องกง จีน ซึ่งเป็นบริษัทที่มีการลงทุนทั่วโลกมาร่วมลงทุนในบริษัท.
ระหว่างปี 2550-2551 บริษัทและบริษัทในกลุ่ม ได้ลงทุนในอสังหาริมทรัพย์สำหรับการพัฒนาโครงการในอนาคต โดยได้ซื้อที่ดินที่หาดกมลา จังหวัดภูเก็ต, ถนนสุขุมวิท กรุงเทพฯ, กาญจนบุรี และเขาใหญ่ อีกทั้งได้เช่าที่ดินที่เชียงใหม่
ในปี 2551 บริษัทได้เปิดให้บริการโรงแรมบูติคแห่งแรกโดยมี บริษัท แอ๊บโซลูท โฮเต็ล เซอร์วิส จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทในกลุ่มเป็นผู้บริหาร ภายใต้ชื่อ “โรงแรม ยู เชียงใหม่” นอกจากนี้ บริษัทได้เซ็นสัญญาจ้างเหมาแบบเบ็ดเสร็จ (Turnkey) เพื่อออกแบบและก่อสร้างโครงการโรงแรม โฟร์พอยท์ เชอราตัน (Four Points by Sheraton) ที่กรุงเทพฯ กับเจ้าของโครงการ
ในปี 2551 เพื่อส่งเสริมการบริหารธุรกิจให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น บริษัทได้นำระบบข้อมูลสารสนเทศในการบริหารอสังหาริมทรัพย์ (”PROMIS”) ซึ่งเป็นระบบซอฟต์แวร์การวางแผนทรัพยากรทางธุรกิจขององค์กรโดยรวมมาใช้ในบริษัทตลอดจนบริษัทในกลุ่ม โดยซอฟต์แวร์นี้จะ ทำให้บริษัทสามารถบริหารการเงินได้โดยละเอียด ตลอดจนสามารถประเมินและวางแผนงานด้านต่างๆ ในการประกอบธุรกิจ ซึ่งจะส่งผลให้บริษัท มีความสามารถในการแข่งขันที่ดี
ในปี 2552 พันธมิตรจากดูไบได้ขายหุ้นให้แก่บริษัทจากสิงค์โปร์
นับตั้งแต่ปี 2544 เป็นต้นมา บริษัทมีการเปลี่ยนแปลงและพัฒนาการที่สำคัญในส่วนที่เกี่ยวกับการประกอบธุรกิจและการบริหารงาน ดังนี้
22544 • ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยขึ้นเครื่องหมาย SP ห้ามการซื้อหรือขายหลักทรัพย์ของบริษัทตั้งแต่ วันที่ 7 กันยายน 2544 เป็นต้นไป
2545-2549 • บริษัทได้ทำการปรับปรุงโครงสร้างหนี้ โดยเข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูกิจการ
2548 • ลดทุนจดทะเบียนชำระแล้วจากเดิม 4,684,557,000 บาท เหลือ 3,677,468,400 บาท
• แปลงมูลค่าหุ้นที่ตราไว้จากหุ้นละ 10 บาท เป็นหุ้นละ 1 บาท และลดทุนจดทะเบียนชำระแล้วจากเดิม 3,677,468,400 บาทเหลือ 533,333,333 บาท ซึ่งเป็นการดำเนินการตามแผนฟื้นฟูกิจการซึ่งผ่านความเห็นชอบของศาลล้มละลายกลาง
• เพิ่มทุนจดทะเบียนจากเดิม 533,333,333 บาท เป็น 5,333,333,333 บาท โดยออกหุ้นสามัญจำนวน
4,800,000,000 หุ้น
2549 • จัดสรรหุ้นสามัญจำนวน 4,800,000,000 หุ้น ให้แก่เจ้าหนี้และผู้ร่วมลงทุนใหม่ และเพิ่มทุนจดทะเบียนชำระแล้ว
จากเดิม 533,333,333 บาท เป็น 5,333,333,333 บาท ซึ่งเป็นการดำเนินการตามแผนฟื้นฟูกิจการซึ่งผ่านความ
เห็นชอบของศาลล้มละลายกลาง
• ศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งให้ยกเลิกการฟื้นฟูกิจการ เมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายน 2549
• ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยอนุญาตให้หลักทรัพย์ของบริษัทซื้อขายได้ในหมวดพัฒนาอสังหาริมทรัพย์
ตั้งแต่วันที่ 28 ธันวาคม 2549 เป็นต้นไป
2550 • เพิ่มทุนจดทะเบียนชำระแล้วเป็น 5,813,333,333 บาท โดยออกหุ้นสามัญจำนวน 480,000,000 หุ้น และจัดสรร
ให้พันธมิตรทางธุรกิจด้วยวิธีการเสนอขายให้แก่บุคคลในวงจำกัด
• เพิ่มทุนจดทะเบียนจากเดิม 5,813,333,333 บาท เป็น 8,056,923,076 บาท โดยการออกหุ้นจำนวน
2,243,589,743 หุ้น เพื่อรองรับการใช้สิทธิของหุ้นกู้แปลงสภาพ
• จัดตั้งบริษัทร่วมทุน คือ บริษัท กมลา บีช รีสอร์ท แอนด์ โฮเต็ล แมนเนจเม้นท์ จำกัด เพื่อประกอบกิจการ
โรงแรมและพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ในจังหวัดภูเก็ต
• จัดตั้งบริษัทร่วมทุน คือ บริษัท ฮิบเฮง คอนสตรัคชั่น (ประเทศไทย) จำกัด เพื่อดำเนินธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง
2551 • จัดตั้งบริษัทร่วมทุน คือ บริษัท แอ๊บโซลูท โฮเต็ล เซอร์วิส จำกัด เพื่อดำเนินธุรกิจรับบริหารจัดการโรงแรม
• ยกเลิกการออกหุ้นกู้แปลงสภาพ และเปลี่ยนแปลงวิธีการจัดสรรหุ้นจำนวน 2,243,589,743 หุ้น โดยให้เสนอขาย
ให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิมและบุคคลในวงจำกัด และ/หรือ นักลงทุนสถาบัน
• เพิ่มทุนจดทะเบียนและชำระแล้วในบริษัท กมลา บีช รีสอร์ท แอนด์ โฮเต็ล แมนเนจเม้นท์ จำกัด จากเดิม
850,000,000 บาท เป็น 859,000,000 บาท
2552 • เมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม 2552 คณะกรรมการบริษัทได้อนุมัติให้บริษัทซื้อหุ้นสามัญจำนวน 22,334,000 หุ้น และหุ้นบุริมสิทธิจำนวน 5,154,000 หุ้น จาก Winnington Capital Limited คิดเป็นร้อยละ 32 ของทุน จดทะเบียนของบริษัท กมลา บีช รีสอร์ท แอนด์ โฮเต็ล แมนเนจเม้นท์ จำกัด หรือเท่ากับร้อยละ 50 ของสัดส่วน ผลประโยชน์ในบริษัท กมลา บีช รีสอร์ท แอนด์ โฮเต็ล แมนเนจเม้นท์ จำกัด ในราคา 648,444,000 บาท โดยแบ่งชำระเป็นสองส่วน คือ ชำระด้วยเงินจำนวน 100,000,000 บาท และส่วนที่เหลืออีก 548,444,000 บาท บริษัทจะชำระด้วยการออกหุ้นสามัญเพิ่มทุนของบริษัทจำนวน 1,034,800,000 หุ้น ในราคาหุ้นละ 0.53 บาท ทั้งนี้ บริษัทจะเสนอให้ที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2552 ซึ่งจะจัดให้มีขึ้นในวันที่ 24 กรกฎาคม 2552 พิจารณาอนุมัติให้แก้ไขข้อบังคับข้อ 6. ของบริษัท เพื่อให้บริษัทสามารถรับชำระค่าหุ้นของบริษัทด้วยทรัพย์สินอื่น นอกจากตัวเงิน และให้เพิ่มทุนและจัดสรรหุ้นสามัญเพิ่มทุนจำนวน 1,034,000,000 หุ้น ให้แก่ Winnington Capital Limited เพื่อซื้อหุ้นในบริษัท กมลา บีช รีสอร์ท แอนด์ โฮเต็ล แมนเนจเม้นท์ จำกัด
ธุรกิจหลัก
บริษัทได้แบ่งการดำเนินธุรกิจออกเป็น 3 ประเภทหลัก ได้แก่ (1) ธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ (2) ธุรกิจโรงแรม การบริหารจัดการ อสังหาริมทรัพย์ และการให้บริการ และ (3) งานบริหารโครงการ
1. ธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์
บริษัทมีนโยบายการดำเนินธุรกิจที่มุ่งเน้นความหลากหลายของผลิตภัณฑ์และครอบคลุมทำเลต่าง ๆ ทั้งในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑลเพื่อให้ ครอบคลุมกลุ่มลูกค้าตามพื้นที่ต่าง ๆ ซึ่งปัจจุบันบริษัทมีโครงการหลากหลายประเภทครบวงจร ดังต่อไปนี้
ชื่อโครงการ |
ผู้ดำเนินการ |
ลักษณะโครงการ |
| 1. โครงการธนาซิตี้ ถนนบางนา-ตลาด กม. 14 |
บริษัท ธนายง จำกัด(มหาชน) | ที่ดินเปล่าจัดสรร อาคารชุดพักอาศัย บ้านเดี่ยว ทาวเอ้าส์ |
2. ธุรกิจโรงแรม การบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์ และการให้บริการ
บริษัทได้ประกอบธุรกิจโรงแรม บริการให้เช่าอาคารพักอาศัย อาคารสำนักงาน และการให้บริการอื่นๆ ดังต่อไปนี้/p>
ชื่อโครงการ |
ผู้ดำเนินการ |
ลักษณะโครงการ |
| โรงแรม 1. โรงแรมฮีสติน เลนไซด์ 2. โรงแรม ยู เชียงใหม่ |
บริษัท เมืองทอง แอสเซ็ทส์ จำกัด บริษัท เมืองทอง แอสเซ็ทส์ จำกัด |
โรงแรมระดับ 3 ดาว โรงแรมระดับ 4 ดาว |
| อาคารพักอาศัย 1. โครงการเดอะรอยัลเพลส 1 2. โครงการเดอะรอยัลเพลส 2 3. โครงการเดอะแกรนด์ |
บริษัท ธนายง จำกัด (มหาชน) บริษัท ธนายง จำกัด (มหาชน) บริษัท ธนายง จำกัด (มหาชน) |
อาคารพักอาศัยให้เช่า อาคารพักอาศัยให้เช่า อาคารพักอาศัยให้เช่า |
| อาคารสำนักงาน 1. ทีเอสทีทาวเวอร์* |
บริษัท ดีแนล จำกัด และ บริษัท ธนายง พร็อพเพอร์ตี้ แมเนจเม้นท์ จำกัด |
อาคารสำนักงานให้เช่า |
| การให้บริการ 1. ธนาซิตี้ กอล์ฟ แอนด์ คันทรี คลับ |
บริษัท ธนาซิตี้ กอล์ฟ แอนด์ คันทรี คลับ จำกัด |
สปอร์ตคลับ |
* ทีเอสทีทาวเวอร์ และ ยงสุ อพาร์ทเม้นท์ เป็นส่วนหนึ่งของทรัพย์หลักประกันตามแผนฟื้นฟูกิจการของบริษัทซึ่งศาลล้ม ละลายกลางได้มีคำสั่งให้ประมูล ขาย ทรัพย์ดังกล่าว โดยรายได้จากการประมูลจะจัดสรรให้เจ้าหนี้ตามสัดส่วนหนี้ ทั้งนี้ บริษัทได้ทำการประมูลขายทรัพย์และได้ผู้ชนะการประมูลแล้ว เมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม 2552
3 งานบริหารโครงการ
(1) โครงการบ้านเอื้ออาทร
บริษัทได้รับคัดเลือกจากการเคหะแห่งชาติให้เป็นผู้ร่วมดำเนินการจัดทำโครงการบ้านเอื้ออาทรจำนวน 20,000 หน่วย ทั้งนี้โครงการมี ลักษณะเป็นอาคารชุดพักอาศัย 3 ชั้น และ 4 ชั้น พร้อมระบบสาธารณูปโภค และสาธารณูปการตามมาตรฐานของการเคหะแห่งชาติ ในปัจจุบัน บริษัทได้รับอนุมัติให้ดำเนินการสร้างบ้านเอื้ออาทรจำนวน 8,084 หน่วย จากทั้งหมด 20,000 หน่วย ในทำเลต่าง ๆ มีรายละเอียดดังต่อไปนี้
| ชื่อโครงการ | ผู้ดำเนินการ | ลักษณะโครงการ |
| โครงการบ้านเอื้ออาทร | ||
| 1. บ้านเอื้ออาทรชลบุรี (นาจอมเทียน) | บริษัท ธนายง จำกัด (มหาชน) | อาคารชุดพักอาศัย 3 ชั้น |
| 2. บ้านเอื้ออาทรประจวบคีรีขันธ์ (หัวหิน 3) | บริษัท ธนายง จำกัด (มหาชน) | อาคารชุดพักอาศัย 4 ชั้น |
| 3. บ้านเอื้ออาทรสระบุรี (โคกแย้) | บริษัท ธนายง จำกัด (มหาชน) | อาคารชุดพักอาศัย 3 ชั้น |
(2) โครงการโรงแรมโฟร์พอยท์ เชอราตัน (Four Points by Sheraton)
งานบริหารโครงการโรงแรมระดับ 4 ดาว สูง 32 ชั้น จำนวนห้องพัก 437 ห้อง ในลักษณะ Turnkey (สัญญาจ้างเหมาแบบเบ็ดเสร็จ) โดยขอบเขตการให้บริการครอบคลุมตั้งแต่ การออกแบบ การก่อสร้าง ตลอดจนการจัดหาผู้บริหารงานโรงแรมภายหลังโรงแรมก่อสร้างเสร็จ โดยโครงการตั้งอยู่ในศูนย์กลางธุรกิจบนถนนสาทร ใกล้สถานีรถไฟฟ้าสุรศักดิ์ มูลค่าโครงการประมาณ 2,200 ล้านบาท ซึ่งคาดว่าจะก่อสร้าง แล้วเสร็จในปี 2554